จาก POW สู้ POWX ฮาร์ดแวร์ที่จะมาช่วยคุณขุดบิทคอยน์

การขุดบิทคอยน์เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีคนสนใจเพิ่มมากขึ้นทุกปีๆ ด้วยความโด่งดังและมูลค่าของมันจึงมีผู้คนจำนวนมากยอมเสียเงินเพื่อให้ได้มาซึ่งกำไรที่มากกว่า และการจะได้มาซึ่งโค้ดของบิทคอย์นั้นไม่ใช่ว่าใครจะเขียนขึ้นมาก็ได้แต่จำต้องเข้าไปขุดในระบบของมันด้วยเครื่องขุดถึงจะได้มาซึ่งบิทอคอยน์แล้วจึงเอาไปใช้จ่ายหรือขายนั่นเอง

นอกจากฮาร์ดแวร์ขั้นเทพที่เราจำเป็นต้องมาสร้างเครื่องขุดแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือฮาร์ดแวร์สำหรับขุดนั่นเอง ซึ่งฮาร์ดแวร์เฉพาะทางก็มีมากมายหลายแบบ ที่นิยมกันคือ Proof-of-work

สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำซอฟแวร์ตัวใหม่ล่าสุดที่อาจจะมาแทนที่การทำงานของ Proof-of-workได้เลยทีเดียวนั่นคือซอฟแวร์ที่มีชื่อว่า PoWx

What is Proof of Work ?

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ Proof of workกันก่อน คำว่า proof-of-work ถ้าแปลเป็นภาษาไทยเราจะเรียกว่าการพิสูจน์ด้วยการทำงาน คือชุดกฎคำสั่งหรือ Protocol ที่ถูกตั้งไว้โดยกลุ่มนักพัฒนาของเหรียญนั้นๆ โดยจุดประสงค์หลักๆที่สร้างมันขึ้นมาก็เพื่อป้องกันการโจมตีแบบ DDoS (distributed denial-of-service attack) หรือการโจมตีที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องส่ง request เข้ามาเพื่อโจมตีเซิฟเวอร์เดียวโดยหวังให้เครื่องเซิฟเวอร์นั้นทำงานหนักและล่ม อย่างที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆกับหลายๆเว็บไซต์

จริงๆแล้วแนวคิดของ Proof of work เริ่มต้นขึ้นก่อนที่จะมี Bitcoin เสียอีก ทว่า Satoshi Nakamoto ก็ได้นำเอาเทคนิคนี้มาปรับใช้กับ Bitcoin ในภายหลัง

แต่ในปีนี้ก็ได้มีการเปิดตัวซอฟแวร์ตัวใหม่นั่นคือ Proof-of-work X หรือ PoWx นั้นเอง

What is PoWx ?

จากทีมผู้พัฒนาของBitmainได้ระบุเอาไว้ว่า PoWx เขียนด้วยอัลกอริธึมใหม่ จะช่วยปรับปรุงสองอย่างใหญ่ ๆ ของระแบบ อย่างที่หนึ่งคือบริษัท Startup จะสามารถผลิตชิพเครื่องขุดที่มีราคาถูกลงและเพิ่มความ Decentralized ให้กับเครือข่าย กล่าวสรุปแบบง่ายๆก็คือทำให้การขุดของคุณนั้นง่ายยิ่งขึ้น

อย่างที่สองก็จะช่วยลดการใช้พลังงานการขุด Bitcoin เพราะปกติการขุดจะใช้พลังงานไฟฟ้าประมาณ 0.15 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับทั้งโลก และตามข้อมูลการวิจัยการใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น25%ในทุกเดือนๆ เนืองจากจำนวนคนที่เข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

โดยเป้าหมายของพวกเขามีความตั้งใจที่จะนำ PoW ออกสู่ตลาดในช่วงไตรมาสแรกในปี 2019 แต่ถึงอย่างนั้นทางทีมงานก็ทราบดีว่ามันไม่ง่ายเลยที่ผู้คนจะเข้าถึงข้อมูลของการเปลี่ยนแปลง และทำการอัพเดตโค้ดของโปรแกรม แล้วถ้าโปรแกรมนี้ถูกปล่อยออกไปแล้วผู้คนไม่พอใจก็ อาจเป็นเหตุทำให้บริษัทไม่สามารถทำเงินตามเป้าได้เป็นอันว่าขาดทุนไปอีก