วิกฤติพลังงาน อีกหนึ่งปัญหาใหญ่จากการขุดบิทคอยน์

บิทคอยน์สกุลเงินดิจอตอลที่ได้รัยความสนใจมากที่สุด เป็นสกุลเงินยอดนิยมที่สร้างปรากฎการณ์สะเทือนระบบเศรษฐกิจโลกมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว บิทคอยน์เป็นสกุลเงินออนไลน์ที่ถูกสร้างมาจากโค้ดของสมการคณิตศาสตร์การที่จะได้มาถึงสมการเหล่านั้นจะต้องผ่านกระบวนการที่เรียกว่าการขุดบิทคอยน์

การขุดบิทคอยน์คืออะไร

การขุดบิทคอยน์ คือ การที่มีนักขุด(Miner) ใช้CPUและการ์ดจอจำนวนมากเรียกกันว่า เครื่องขุด เพื่อไปใช้ถอดรหัสสมการคณิตศาสตร์ โดยการใช้ระบบ SHA256 double round hash เข้าไปตรวจสอบการทำธุรกรรมในระบบบิทคอยน์ ทุกๆการทำธุรกรรมจะมีบลอคออกมาใหม่ในบลอคนั้นจะมีข้อมูลสมการอยู่ จังหวะนี้นักขัดจะใช้เครื่องขุดแก้สมการ เมื่อแก้ได้จะได้ชุดข้อมูลที่เรียกว่า hash ชุดข้อมูลนี้จะถูกแอดเข้าไปที่ระบบบิทคอยน์เพื่อให้รู้ว่ามีโค้ดใหม่เกิดขึ้นจะได้ง่ายต่อการตรวจสอบ จากนั้นระบบก็มีการมอบเงิน 12.5บิทคอยน์ให้กับนักขุดที่แก้สมการได้

วิกฤตพลังงาน

ทั้งนี้ เว็บไซต์Digiconomist เว็บที่รวบรวมข้อมูลข่าวสารเศรษฐกิจดิจิทัล รายงานว่าการทำธุรกรรม และความพยายามที่จะใช้คอมพิวเตอร์มนการขุดเพื่อให้ได้มาซึ่งบิทคอยน์นั้น ต้องแลกกับปริมาณพลังงานไฟฟ้ามหาศาล โดยมีการคาดกาณณ์ล่วงหน้าไว้ว่า โลกมีแนวโน้มจะตื่นตัวกับเรื่องบิทคอยน์มากขึ้น ผู้คนหันมาให้มีคนหันมาใช้ทำธุรกรรมและขุดบิทคอยน์เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผู้คนใช้ไฟฟ้าในอัตราที่เพิ่มขึ้น ในปัจจุบันอัตราการใช้พลังงานในการขุดบิทคอยน์เพิ่มขึ้นไป 25%ต่อดือน และภายในระยะเวลาอีก 3 ปีข้างหน้า พลังงานไฟฟ้าที่ถูกใช้ไปกับ “บิทคอยน์” จะสูงกว่าพลังงานที่คนทั่วทั้งโลกใช้อยู่ในปัจจุบันรวมกัน

ทำไมผู้คนถึงยอมเสียเงินค่าไฟมหาศาลเพื่อให้ได้มาซึ่งบิทคอยน์กัน? มันคุ้มจริงๆเหรอ?  ถ้าให้ตอบโดยสรุปก็คือหากใครต้องการบิทคอยน์ ก็แค่ลงทุนซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ศักยภาพสูง ราคาตกราวๆ 8 หมื่น – 2 แสนบาท ต่อเครื่อง หรือซื้อเครื่องขุดพวก CPU การ์ดจอแรงๆมาประกอบเองก็ได้ เมื่อได้อุปกรณ์ครบก็นำมันมาเปิดโปรแกรมตั้งทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืนตลอด 24 ชั่วโมงแข่งกับเซเว่นไปเลย แค่นี้ง่ายๆเงินทองก็ไหลมาเทมาแล้ว

ในยุคแรกถือว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก เราอาจจะเสียค่าไฟเดือนละ 2000-3000 บาท แต่อาจจะได้เม็ดเงินคืนกลับมาถึงเดือนละ 5,000-6,000 บาท หรอือาจจะมากกว่านั้นเสียด้วย ด้วยตัวเงินที่คุ้มค่านี่เองยิ่งทำให้คนสนใจหันมาทุนซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากมาใช้ขุด เรียกว่าฟาร์มขุดบิทคอยน์ เปิดทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มจำนวนบิทคอยน์ในการขุดให้เป็นเท่าตัว นี่เองจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการที่แนวโน้มของการใช้ไฟฟ้าก็เพิ่มมากขึ้นอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด ตามความต้องการของมนุษย์ที่ไม่จุดสิ้นสุดเช่นกัน